วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561

เช็คผลบอล "ชัคตาร์ฯ" เชือดนิ่ม "โรม่า" 2-1 ยูฟ่า ชปล.รอบ 16 ทีม

"ชัคตาร์ฯ" เชือดนิ่ม "โรม่า" 2-1 ยูฟ่า ชปล.รอบ 16 ทีม

 



การแจ้งราคาบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกแรก เป็นการเจอะกันในคู่ระหว่าง ชัคตาร์ โดเนตส์ค ไปยูเครน เปิดสนามเมตาลิสต์ สเตเดี้ยม รับมือกับ โรม่า จากอิตาลี

เปาโล ฟอนเซก้า ผู้สั่งการทีมชัคตาร์ โดเนตส์ค ได้ ไทซอน ปีกซ้ายผ่านแข่งขันความฟิต เกมรุกหวังพึ่งทีเด็ด ฟากุนโด เฟร์เรย์ร่า รอสวนกลับ

ยูเซบิโอ ดิ ฟรานเชสโก้ บิ๊กบอสอาแอส โรม่า ส่ง อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ แบ็คขวาหายทันลงสนาม เกมรุกไว้สนิทใจ เซนกิส อุนแดร์ ดาวรุ่งเติร์กเล่นสามปนเปร่วมกับ เอดิน เซโก้ และ ดิเอโก้ เปร็อตติ

ผลปรากฏว่า นาทีที่ 41 หมาป่าแห่งกรุงโรมได้ประตูขึ้นนำ จาก เจนกิซ อุนแดร์ ร่วงเข้ามายิงด้วยซ้ายดำรงฐานะประตู ทำให้จบ 45 นาที โรม่า บุกมานำ ชัคตาร์ โดเนทส์ค 1-0

นาทีที่ 52 เจ้าบ้านมาได้ประตูตีเสมอจาก ฟากุนโด้ เฟร์เรย์ร่า สัมผัสหนี คอสตาส มาโนลาส เข้าเขตโทษก่อนแปเข้าไปง่ายๆ สกอร์ทวนกลับมาเท่ากันที่ 1-1

นาทีที่ 71 ทีมจากยูเครนได้ประตูแซงนำ 2-1 จากลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ กับเป็น เฟร็ด วิ่งเข้ามาปั่นเข้าประตูไป

จากนั้นทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้ ผลบอล จบ 90 นาที ชัคตาร์ โดเนทส์ค เอาชนะ โรม่า 2-1 โดยทั้งสองทีมจะกลับมาพบกันที่ สตาดิโอ โอลิมปิโก้ ในนัดสอง คืนวันอังคารที่ 13 มีนาคม 2.45 น. ตามเวลาประเทศไทย

วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561

ตารางบอล : กินบุญเก่า! "อาร์เซน่อล" พ่าย "ออสเตอร์ซุนด์ส" 1-2 กลับยังลิ่วยูโรป้าฯ (คลิป)

 

เช็คผลบอล : กินบุญเก่า! "อาร์เซน่อล" พ่าย "ออสเตอร์ซุนด์ส" 1-2 ถึงกระนั้นยังลิ่วยูโรป้าฯ (คลิป)

การประลองฟุตบอลยูโรป้า ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้ายนัดที่ 2 อาร์เซน่อล ไขเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาไปหาของ ออสเตอร์ซุนด์ส จากสวีเดน โดยนัดแรกเป็นทางปืนใหญ่บุกชนะมาก่อน 3-0

ผลการแข่งขันนัดนี้ปรากฏว่า ทีมดังจากแดนไวกิ้งบุกมาชนะทัพปืนใหญ่ที่วันนี้ส่งผู้เล่นเก็บสำรองลงสนามเป็นส่วนใหญ่ 2-1 โดยได้ประตูจาาก โฮซัม เอช นาที 22 กับ เคน เซม่า นาที 23 ส่วนเจ้าถิ่นได้คืนหนึ่งลูกจาก เซอัด โคลาซินัช นาที 47

จบเกม อาร์เซน่อล แพ้ ออสเตอร์ซุนด์ส 1-2 แต่ยังเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไปด้วยสกอร์เจือปนสองนัด 4-2

ผลบอลสด : กินบุญเก่า! "อาร์เซน่อล" พ่าย "ออสเตอร์ซุนด์ส" 1-2 ถ้าว่ายังลิ่วยูโรป้าฯ (คลิป)

 

ผลบอลย้อนหลัง : กินบุญเก่า! "อาร์เซน่อล" พ่าย "ออสเตอร์ซุนด์ส" 1-2 เสียแต่ว่ายังลิ่วยูโรป้าฯ (คลิป)

การประมูลฟุตบอลยูโรป้า ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้ายนัดที่ 2 อาร์เซน่อล แงะเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยี่ยมเยียนของ ออสเตอร์ซุนด์ส จากสวีเดน โดยนัดแรกเป็นทางปืนใหญ่บุกชนะมาก่อน 3-0

ผลการแข่งขันนัดนี้ปรากฏว่า ทีมดังจากแดนไวกิ้งบุกมามีชัยทัพปืนใหญ่ที่วันนี้ส่งผู้เล่นรองรังลงสนามหญ้าเป็นส่วนใหญ่ 2-1 เพราะได้ประตูจาาก โฮซัม เอช นาที 22 ด้วยกัน เคน เซม่า นาที 23 ส่วนเจ้าถิ่นได้คืนหนึ่งลูกจาก เซอัด โคลาซินัช นาที 47

จบเกม อาร์เซน่อล แพ้ ออสเตอร์ซุนด์ส 1-2 แต่อีกทั้งเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไปด้วยสกอร์บวกสองนัด 4-2

วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561

วิเคราะห์ 5 ข้อเสนอแนะ สิงโตเจ๊าอัซซูรี่

วิเคราะห์ผลบอล 5 ข้อความ สิงโตเจ๊าอัซซูรี่





กลุ่มสิงโตคำราม กรุ๊ปชาติอังกฤษ เปิดสนามเวมบลีย์สเตเดี้ยม เสมอกับ อิตาลี ไปอย่างน่าเสียดาย 1-1 เพราะว่า เจมี วาร์ดี้ ทำประตูให้ทรีไลออนส์ขึ้นนำ ก่อนที่ VAR จักทำพิษให้ อิตาลี ได้จุดโทษตีเสมอ ในช่วงครึ่งหลัง

กับนี่คือ 5 ประเด็นหลังเกมอุ่นเครื่องนัดนี้

1. ฟอร์มอันเจิดจรัสของ สเตอร์ริง



นัดนี้ ราฮีม เล่นได้อย่างโดดเด่น เป็นหัวใจ พร้อมทั้งทุกอย่างของคณะชาติอังกฤษ สร้างปัญหาให้กับแนวรับอัซซูรีได้ตลอดเวลา ศักยพาบอลไปกับตัวได้ดี มีความมั่นใจในความเก่ง เอาตัวรอดได้ในสถานการณ์คับขัน พร้อมด้วยเป็นผู้ทำให้อังกฤษได้ฟรีคิกจนนำไปสู่ประตูขึ้นนำ 1-0

2. กลุ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น



ภายหลังที่ยังตั้งตัวไม่ติดในช่วง 20 นาทีแรก เกือบจักเสียประตูหลายครั้ง แต่พลพรรคทรีไลออนส์ก็บุกเบิกคลำหาทิศทางการเล่นของตัวเองเจอ

มันอาจจต้องใช้เวลาสักหน่อยก่อนที่ทีมชาติอังกฤษจักเริ่มเชื่อมั่นในตัวเอง หลังจากที่พวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในความล้มเหลวมาหลายปีติดต่อกัน

นี่คือสิ่งที่อังกฤษพัฒนาขึ้น กับกลุ่มนักเตะที่ได้เล่นในหมู่ชั้นนำในประเทศ พร้อมด้วยยังได้ลงเล่นฟุตบอลยุโรปอย่างต่อเนื่อง พวกเขาดูจะค้นพบทิศทางที่ชัดเจนของตัวเองในยุคของ เซาท์เกต แล้ว

3. อุ่นใจเมื่อมี วาร์ดี้



ประตุแรกของปีพร้อมด้วยประตูขึ้นนำของเขา เป็นการตอกกลับคำวิจารณ์ที่เจ้าตัวได้รับยามเล่นให้พวกชาติ

ดาวยิงของเลสเตอร์ เชี่ยวชาญทำประตูใส่่ฝ่ายใหญ่ของยุโรปได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น สเปน, เยอรมนี พร้อมด้วย ฮอลแลนด์ เขายังคงเป็นผู้เล่นที่เหมาะกับเกมใหญ่ พร้อมด้วยแน่นอนว่ามีหนึ่งที่ว่างเพื่อเขาในฟุตบอลโลกหนนี้เรียบร้อยแล้ว

4. อนาคตของ เดเล อัลลี?



2 เกม ที่ปราศจาก เดเล อัลลี ทำให้แฟน ๆ ต่างเลิกสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นกับตัวรุกของไก่เดือยทอง

จากที่เคยเป็นความหวังของคณะชาติอังกฤษยุคใหม่ พร้อมทั้งภายหลังที่เปลี่นนเอเยนต์ครั้นเมื่อปีที่แล้ว ทำให้เกริ่นมีเสียงวิจารณ์ถึงอนาคตมากขึ้นทุกที

แน่นอนว่า เขาอาจจะไม่ได้กลายเป็นนักเตะที่เลวร้ายไปในชั่วข้ามคืน พร้อมกับ เซาท์เกต ก็คงบ้าเต็มทีสมมติว่าไม่หนีบดาวเตะผู้นี้ขึ้นเครื่องไปรัสเซียด้วย

แต่ 2 นัดที่ตัดผ่านมาก็คงทำให้ผู้จัดการกรุ๊ปชาติอังกฤษเห็นอะไรบางอย่าง ในกลุ่มที่ปราศจาก อัลลี และผลการแข่งขันที่ออกมาที่ค่อนข้างน่าพอใจ

5. ลินการ์ด ยังรักษาฟอร์มได้ดี



ตำแหน่งของ อัลลี ถูกแทนที่ด้วย เจสซี ลินการ์ด อีกนัด ซึ่งก็สมควรแล้วที่เขาจักได้รับตำแหน่งนี้ จนถึงพิจารณาจากฟอร์มการเล่นที่แสดงออกมาในฤดูกาลนี้

มันเป็นวลายาวนาน ด้วยกันนานเกินไปที่นักเตะของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดผู้นี้ถูกประเมินค่าต่ำจนเกินไปในสโมสรและกลุ่มชาติ แต่เขาก็ได้พิสูจน์ตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าว่า เขานี่แหล่ะ คือนักเตะที่เหมาะกับเกมใหญ่

ลินการ์ด ทำไปแล้ว 14 ประตูรวมทุกรายการ ซึ่งหมายรวมถึงประตูชัยที่เพิ่งทำให้อังกฤษเอาชนะฮอลแลนด์ครั้นสุดอาทิตย์ที่ตัดผ่านมาด้วย

ดังนั้น ไม่ต้องกังวลอะไรเลย เขาได้ตั๋วไปรัสเซียแน่นอน!

ผลบอลเมื่อคืน : กินบุญเก่า! "อาร์เซน่อล" พ่าย "ออสเตอร์ซุนด์ส" 1-2 แต่ทว่ายังลิ่วยูโรป้าฯ (คลิป)

 

ผลบอลสด : กินบุญเก่า! "อาร์เซน่อล" พ่าย "ออสเตอร์ซุนด์ส" 1-2 เสียแต่ว่ายังลิ่วยูโรป้าฯ (คลิป)

การต่อสู้ฟุตบอลยูโรป้า ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้ายนัดที่ 2 อาร์เซน่อล ปิดเงียบเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยี่ยมของ ออสเตอร์ซุนด์ส จากสวีเดน โดยนัดแรกเป็นทางปืนใหญ่บุกชนะมาก่อน 3-0

ผลการแข่งขันนัดนี้ปรากฏว่า ทีมดังจากแดนไวกิ้งบุกมาเอาชนะทัพปืนใหญ่ที่วันนี้ส่งผู้เล่นเผื่อขาดเผื่อเหลือลงสนามเป็นส่วนใหญ่ 2-1 เพราะว่าได้ประตูจาาก โฮซัม เอช นาที 22 พร้อมกับ เคน เซม่า นาที 23 ส่วนเจ้าถิ่นได้คืนหนึ่งลูกจาก เซอัด โคลาซินัช นาที 47

จบเกม อาร์เซน่อล แพ้ ออสเตอร์ซุนด์ส 1-2 แต่ยังเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายถัดจากนั้นด้วยสกอร์ร่วมชุมนุมสองนัด 4-2

วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561

5 เหตุการณ์ควรรู้ เกม แมนฯยูฯ กลับด้านเชือด เชลซี

 

5 กงการแตะรู้ เกม แมนฯยูฯ กลับด้านเชือด เชลซี

ทำบรรลุผลจนได้สำหรับสมาชิกของโฆเซ มูรินโญ หลังจากพวกเขาถูกทีมเยือนบุกมานำไปก่อนในครึ่งแรก 1-0 การที่พวกเขากลับตาลปัตรมาชนะเชลซีได้ 2-1 ทำให้พวกเขาอาจแซงลิเวอร์พูลขึ้นไปอยู่วรรณะ 2 ได้อีกครั้งด้วย

เช่นใดก็ตาม นี่ไม่ใช่เพียงข้อคิดเห็นเดียวที่เกิดขึ้นในเกมบิ๊กแมตช์สุดมันวันอาทิตย์ และ 5 ข้อต่อไปนี้ก็คือ 5 เรื่องสำคัญที่เกิดขึ้นเกมดังกล่าวครับผม

5. วิลเลียน ขโมยซีน



แม้นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะเป็นแบบเอาชนะไปได้ 2-1 ในส่งคืนที่ผ่านมา แต่ไม่ยอมไม่ได้เลยว่าการโชว์ฟอร์มของวิลเลียนในเกมนี้เอาปราบปีกคนอื่น ๆ ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอ็องโตนี มาร์กเซียล, อเล็กซิส ซานเชซ, เปโดร โรดริเกซ ไม่ก็แม้แต่เอเด็น อาซาร์

ประตูขึ้นนำในเกมนี้เริ่มมาจากการตัดบอลหน้ากรอบเขตโทษ ที่แล้วเป็นวิลเลียนเองนี่แหละที่ทำบอลขึ้นมาในแดนแมนฯ ยู เล่นกัน 2 คนกับเอเด็น อาซาร์จนลุ่ยกับดักล้ำหน้าพร้อมด้วยกลายเป็นประตูในที่สุด

การเล่นอย่างเฉียบแหลมด้วยกันความคมในการทำประตูของวิลเลียนไม่ใช่กงการบังเอิญ โดยอย่างเดียวแฟนบอลบาร์ซาน่าจะรู้ดีที่สุด

4. ลูกากู ยิงทีม Top 6 ได้ซะที

 



ชายผู้มีค่าเหนื่อย 250,000 ปอนด์เชื่อมสัปดาห์ต้องเจอแรงกดดันมากในระยะหลัง เกี่ยวเนื่องมาจากสถิติอันย่ำแย่บางอย่างของเจ้าตัว

นั่นคือเขาไม่เคยยิงทีม Top 6 ได้เลย

เขาถูกต้องตำหนิว่าไม่ใช่ของจริง ยิงได้แต่กระนั้นทีมที่อ่อนกว่า พร้อมกับอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ประตูกับเชลซีในวันนี้ไม่ใช่เป็นเช่นแค่การลบสถิติออกเท่านั้น ทว่ายังเป็นการบ่งบอกให้เห็นด้วยว่าเขามีสมาธิหน้าปากประตูมากขนาดไหน กับคงไม่นานเกินรอที่เขาจะยิงทีม Top 6 ได้อีกครั้ง

3. ลินการ์ด ยังมีของดีซ่อนอยู่อีกเยอะ



วัยรุ่นผู้เป็นผลผลิตของอคาเดมีผีแดงผู้นี้เคยมีช่วงเวลาอันดีอยู่ระยะหนึ่ง หลังซัดไป 6 ประตูจาก 9 นัดที่ลงเล่น ก่อนจะเริ่มจางหายไปในที่สุด

ซึ่งรุนแรงของลินการ์ดก็ดูจะย่ำแย่เข้าไปอีกเมื่ออเล็กซิส ซานเชซเดินทางมาถึงโอลด์แทร็ฟฟอร์ด เพราะแม้อเล็กซิสจะไม่ได้เล่นทับสภาพเขาโดยตรง แต่มันหมายความว่านักเตะที่มีฝีมือไล่เลี่ยกันพร้อมด้วยเล่นตำแหน่งใกล้เคียงกันต้องมีคู่แข่งมากขึ้น แรชฟอร์ดเอย มาร์กซิยาลเอย มาตาเอย นักเตะเหล่านี้แหละที่จะมาทับที่เขา

อย่างใดก็ตาม วันนี้เป็นวันที่ลินการ์ดแสดงให้เห็นอีกครั้งว่าเขายังมีดีซ่อนอยู่อีก การสอดขึ้นมาโขกบอลโล่ง ๆ ทำให้เห็นความสามารถทัศน์ของการเป็นตัวทำประตูของเขา แถมการโหม่งก็ยังควบคุมทิศทางกับแรงได้ดีอีกด้วย ต้องชมเขาล่ะ

2. แมนฯ ยูเริ่มหายใจได้ทั่วท้องบ้างแล้ว

 



ครั้งก่อนเกมนี้จะเริ่มขึ้น มีหลายฝ่ายมองว่าแมนฯ ยู มีสิทธิร่วงจากพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก

ก็จะไม่ให้มองได้อย่างไร ก่อนหน้านี้นี้พวกเขาแพ้ทั้งสเปอร์สด้วยกันนิวคาสเซิล กลายร่างทิ้งที่เป็นทีมลุ้นแชมป์อยู่ดี ๆ ตอนนี้เริ่มจะเป็นทีมลุ้นโควตาแชมเปี้ยนส์ลีกมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมด้วยหากพวกเขาแพ้เชลซีอีก พวกเขาจะอยู่อันดับ 3 มีแต้มเท่าอันดับ 4 และนำอันดับ 5 เพียง 1 คะแนนเท่านั้น

ความชนะในนัดนี้ส่งผลให้พวกเขาทิ้งเชลซีออกไปเป็น 6 คะแนน พร้อมด้วยแม้ว่าพวกเขามีคิวแข้งกับลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่กระนั้นเชลซีเองก็ต้องเจอกับซิตี้และลิเวอร์พูลเช่นกัน เพิ่มสิงห์บลูยังต้องไปเจอสเปอร์สอีกด้วย ตอนนี้เราจึงกล้าพูดได้เลยว่างานของเชลซียังหนักกว่าเยอะ

1. สัญญาณของมิตรภาพ

 



อันโตนิโอ คอนเตกับโฆเซ มูรินโญเริ่มขัดแย้งคารมกันมาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วกับยิ่งมาหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ ในฤดูกาลนี้ นั่นทำให้โอกาสที่ทั้งสองคนจะจับมือกันในสัปดาห์นี้ดูเป็นไปไม่ได้เลย

โดยตรงตัวเมื่อมูรินโญเดินไปจับมือกับนักเตะเชลซีทุกคนในอุโมงค์ก่อนเกมเริ่ม แต่ยังไม่ยอมจับมือกับคอนเต้ ในขณะที่คอนเต้เองก็พยายามจะเลี่ยงมูรินโญอยู่ตลอดเวลา

แต่พวกเขาก็จับมือกันจนได้จริง ๆ ถึงจะแป๊บเดียวก็เถอะ คงทำให้อัฟราม แกรนท์สบายใจขึ้นมาหน่อยละนะ

5 ข้อความควรรู้ เกม แมนฯยูฯ กลับเชือด เชลซี

 

5 หลักใหญ่สัมผัสรู้ เกม แมนฯยูฯ กลับเชือด เชลซี

ทำผ่านพ้นจนได้สำหรับสมาชิกของโฆเซ มูรินโญ หลังจากพวกเขาถูกทีมเยือนบุกมานำไปก่อนในครึ่งแรก 1-0 การที่พวกเขากลับตาลปัตรมาชนะเชลซีได้ 2-1 ทำให้พวกเขาทำได้แซงลิเวอร์พูลขึ้นไปอยู่วรรณะ 2 ได้อีกครั้งด้วย

ทำนองก็ตาม นี่ไม่ใช่เพียงหัวข้อเดียวที่เกิดขึ้นในเกมบิ๊กแมตช์สุดมันวันอาทิตย์ และ 5 ข้อต่อไปนี้ก็คือ 5 เรื่องสำคัญที่เกิดขึ้นเกมดังที่กล่าวมาแล้วครับผม

5. วิลเลียน ขโมยซีน



ถ้าแม้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะเป็นแดนเอาชนะไปได้ 2-1 ในคืนที่ผ่านมา แต่ปิดประตูไม่ได้เลยว่าการโชว์ฟอร์มของวิลเลียนในเกมนี้เอาชนะเลิศปีกคนอื่น ๆ ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอ็องโตนี มาร์กเซียล, อเล็กซิส ซานเชซ, เปโดร โรดริเกซ หรือว่าแม้แต่เอเด็น อาซาร์

ประตูขึ้นนำในเกมนี้เริ่มมาจากการตัดบอลหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนเป็นวิลเลียนเองนี่แหละที่ทำบอลขึ้นมาในแดนแมนฯ ยู เล่นกัน 2 คนกับเอเด็น อาซาร์จนหลวมกับดักล้ำหน้าพร้อมด้วยกลายเป็นประตูในที่สุด

การเล่นอย่างเฉียบแหลมกับความคมในการทำประตูของวิลเลียนไม่ใช่ถ้อยคำบังเอิญ โดยเจาะจงแฟนบอลบาร์ซาน่าจะรู้ดีที่สุด

4. ลูกากู ยิงทีม Top 6 ได้ซะที

 



ชายผู้มีค่าเหนื่อย 250,000 ปอนด์ประสานสัปดาห์ต้องเจอแรงกดดันมากในระยะหลัง เกี่ยวเนื่องมาจากสถิติอันย่ำแย่บางอย่างของเจ้าตัว

นั่นคือเขาไม่เคยยิงทีม Top 6 ได้เลย

เขาไม่ผิดติเตียนว่าไม่ใช่ของจริง ยิงได้แม้ว่าทีมที่อ่อนกว่า และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ประตูกับเชลซีในวันนี้ไม่ใช่เป็นเท่าแค่การลบสถิติออกเท่านั้น เสียแต่ว่ายังเป็นการแสดงความสามารถให้เห็นด้วยว่าเขามีสมาธิหน้าปากประตูมากขนาดไหน พร้อมกับคงไม่นานเกินรอที่เขาจะยิงทีม Top 6 ได้อีกครั้ง

3. ลินการ์ด ยังมีของดีซ่อนอยู่อีกเยอะ



เด็กหนุ่มผู้เป็นผลิตภัณฑ์ของอคาเดมีผีแดงผู้นี้เคยมีช่วงเวลาอันเป็นเยี่ยมอยู่ระยะหนึ่ง หลังซัดไป 6 ประตูจาก 9 นัดที่ลงเล่น ก่อนจะเริ่มจางหายไปในที่สุด

ซึ่งร้ายแรงของลินการ์ดก็ดูจะย่ำแย่เข้าไปอีกเมื่ออเล็กซิส ซานเชซเดินทางมาถึงโอลด์แทร็ฟฟอร์ด เพราะแม้อเล็กซิสจะไม่ได้เล่นทับชั้นเขาโดยตรง แต่มันหมายความว่านักเตะที่มีฝีมือไล่เลี่ยกันและเล่นตำแหน่งใกล้เคียงกันต้องมีคู่แข่งมากขึ้น แรชฟอร์ดเอย มาร์กซิยาลเอย มาตาเอย นักเตะเหล่านี้แหละที่จะมาทับขั้นเขา

ไงก็ตาม วันนี้เป็นวันที่ลินการ์ดแสดงให้เห็นอีกครั้งว่าเขายังมีดีซ่อนอยู่อีก การสอดขึ้นมาโขกบอลโล่ง ๆ ทำให้เห็นวิสัยทัศน์ของการเป็นตัวทำประตูของเขา แถมการโหม่งก็ยังควบคุมทิศทางพร้อมด้วยแรงได้ดีอีกด้วย ต้องชมเขาล่ะ

2. แมนฯ ยูเริ่มหายใจได้ทั่วท้องบ้างแล้ว

 



ครั้งก่อนเกมนี้จะเริ่มขึ้น มีหลายฝ่ายมองว่าแมนฯ ยู มีสิทธิ์ร่วงจากพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก

ก็จะไม่ให้มองได้อย่างไร ก่อนหน้านี้นี้พวกเขาแพ้ทั้งสเปอร์สกับนิวคาสเซิล กลายร่างดำเนินที่เป็นทีมลุ้นแชมป์อยู่ดี ๆ ตอนนี้เริ่มจะเป็นทีมลุ้นโควตาแชมเปี้ยนส์ลีกมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมด้วยหากพวกเขาแพ้เชลซีอีก พวกเขาจะอยู่อันดับ 3 มีแต้มเท่าอันดับ 4 และนำอันดับ 5 เพียง 1 คะแนนเท่านั้น

การชนะในนัดนี้ส่งผลให้พวกเขาทิ้งเชลซีออกไปเป็น 6 คะแนน กับแม้ว่าพวกเขามีคิวแข้งกับลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เฉพาะเชลซีเองก็ต้องเจอกับซิตี้และลิเวอร์พูลเช่นกัน เพิ่มสิงห์บลูยังต้องไปเจอสเปอร์สอีกด้วย ตอนนี้เราจึงกล้าพูดได้เลยว่างานของเชลซียังหนักกว่าเยอะ

1. สัญญาณของมิตรภาพ

 



อันโตนิโอ คอนเตกับโฆเซ มูรินโญเริ่มกระแทกคารมกันมาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วด้วยกันยิ่งมาหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ ในฤดูกาลนี้ นั่นทำให้โอกาสที่ทั้งสองคนจะจับมือกันในสัปดาห์นี้ดูเป็นไปไม่ได้เลย

โดยเท่านั้นเมื่อมูรินโญเดินไปจับมือกับนักเตะเชลซีทุกคนในอุโมงค์ก่อนเกมเริ่ม แต่ยังไม่ยอมจับมือกับคอนเต้ ในขณะที่คอนเต้เองก็พยายามจะเลี่ยงมูรินโญอยู่ตลอดเวลา

แต่เขาทั้งหลายก็จับมือกันจนได้จริง ๆ ถึงจะแป๊บเดียวก็เถอะ คงทำให้อัฟราม แกรนท์สบายใจขึ้นมาหน่อยละนะ